สรุปกฎหมายคาร์ซีท เด็กต่ำกว่า 6 ปีไม่นั่งมีโทษปรับ สูงสุด 2,000 บาท

เช็กกฎหมายคาร์ซีท (Car Seat) บังคับใช้จริง เด็กอายุไม่เกิน 6 ปีต้องนั่ง ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 2,000 บาท พร้อมเหตุผลทำไมการอุ้มบนตักถึงอันตรายกว่าที่คิด

สรุปกฎหมายคาร์ซีท เด็กต่ำกว่า 6 ปีไม่นั่งมีโทษปรับ สูงสุด 2,000 บาท

ความปลอดภัยของลูกน้อยบนรถยนต์ไม่ใช่เรื่องที่พ่อแม่จะละเลยได้อีกต่อไป เพราะตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 มีการระบุชัดเจนว่าเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องนั่งใน “ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก” หรือ คาร์ซีท เท่านั้น เพื่อป้องกันอันตรายหากเกิดอุบัติเหตุ หลายคนอาจชะล่าใจว่าขับใกล้ๆ หรืออุ้มเอาไว้บนตักก็น่าจะเพียงพอ แต่ในทางกฎหมายและหลักความปลอดภัยนั้นถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก

กฎหมายคาร์ซีทและอันตรายที่มองไม่เห็นจากการอุ้มเด็กบนตัก

หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีการปล่อยให้เด็กเล็กโดยสารรถโดยไม่มีคาร์ซีท หรือไม่ได้หาวิธีป้องกันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท แต่อย่างไรก็ตามความสำคัญมากกว่าค่าปรับคือความปลอดภัยของเด็ก เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงดังนี้

  • แรงเหวี่ยงมหาศาล: เมื่อรถชนที่ความเร็ว 60 กม./ชม. เด็กหนัก 10 กก. จะมีแรงพุ่งตัวเท่ากับน้ำหนัก 300 กก. ซึ่งอ้อมแขนของผู้ใหญ่ไม่สามารถรั้งไว้ได้แน่นอน
  • การทับอัดสรีระ: หากผู้ใหญ่อุ้มเด็กไว้แล้วคาดเข็มขัดนิรภัยเส้นเดียวกัน เมื่อเกิดแรงกระแทก น้ำหนักของผู้ใหญ่จะโถมเข้าทับตัวเด็กจนอวัยวะภายในอาจฉีกขาดได้
  • ทัศนวิสัยและการบาดเจ็บ: เด็กที่ไม่ได้นั่งคาร์ซีทมักปีนป่าย ซึ่งเสี่ยงต่อการพุ่งทะลุกระจกหรือชนคอนโซลหน้าเมื่อเบรกกะทันหัน

สำหรับการเลือกคาร์ซีทให้เหมาะสมควรดูที่ช่วงวัยและสรีระ โดยเด็กแรกเกิดถึง 2 ปีควรนั่งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rear-Facing) เพื่อเซฟกระดูกคอ ส่วนเด็ก 2-6 ปีสามารถนั่งแบบหันหน้าไปทางหน้ารถได้ และหากเป็นเด็กโตที่ตัวยังสูงไม่ถึง 135 ซม. ควรใช้เบาะเสริม (Booster Seat) เพื่อให้เข็มขัดนิรภัยของรถพาดผ่านไหล่ได้อย่างพอดี ไม่บาดคอหรือใบหน้า

โดยสรุปแล้วกฎหมายคาร์ซีทไม่ได้ออกมาเพื่อเพิ่มภาระค่าปรับ แต่เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ให้สังคมไทย การฝึกให้เด็กนั่งคาร์ซีทตั้งแต่เล็กจนเป็นนิสัย คือการสร้างเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่พ่อแม่จะมอบให้ได้ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและชีวิตของลูกน้อยนั้นประเมินค่าไม่ได้จริงๆ