ปรับสูตรน้ำมันใหม่ 2569 ตัดต้นทุนทิพย์ ลดค่าครองชีพได้จริงไหม

ปรับสูตรราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นใหม่ ตัดค่าขนส่งสมมติสิงคโปร์ ช่วยลดต้นทุนพลังงานหมื่นล้าน ดันราคาขายปลีกหน้าปั๊มลดลงทันที

ปรับสูตรน้ำมันใหม่ 2569 ตัดต้นทุนทิพย์ ลดค่าครองชีพได้จริงไหม

ข้อมูลทางการจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ประเทศไทยได้เริ่มบังคับใช้หลักเกณฑ์การคำนวณราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่นรูปแบบใหม่ เพื่อปรับโครงสร้างราคาให้เป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น

  • การตัดต้นทุนทิพย์: ยกเลิกการบวกค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียสมมติจากสิงคโปร์มาไทย รวมถึงปรับลดค่าสำรองน้ำมันลงเหลือ 2 ใน 3 ของอัตราเดิม
  • ผลประหยัดเชิงโครงสร้าง: ประเมินว่าจะช่วยลดต้นทุนภาพรวมได้ราว 8.75-35.48 สตางค์ต่อลิตร หรือคิดเป็นมูลค่าประหยัดรวมกว่า 10,839 ล้านบาทต่อปี
  • ราคาขายปลีกปรับลด: ดีเซล B7 ลดลง 1.00 บาทต่อลิตร (เหลือ 42.54 บาท) ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ปรับลดลง 0.50 บาทต่อลิตร
  • ประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ: ผู้ประกอบการขนส่งที่ใช้น้ำมันดีเซล B7 เฉลี่ย 10,000 ลิตรต่อเดือน สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน

โครงสร้างราคาน้ำมันใหม่และการส่งผ่านประโยชน์สู่ประชาชน

การยกเลิกสูตรคำนวณเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2547 ถือเป็นการปลดล็อกโครงสร้างราคาที่เคยบวกค่าใช้จ่ายสมมติทางไกล ทั้งที่น้ำมันส่วนใหญ่กลั่นขึ้นภายในประเทศ มาตรการนี้ส่งผลให้ราคาอ้างอิง ณ โรงกลั่นลดลงทันทีประมาณ 29.70 ล้านบาทต่อวัน โดยน้ำมันดีเซล B7 ได้รับอานิสงส์ลดลงมากที่สุดถึง 0.3548 บาทต่อลิตร ตามด้วยแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ลดลง 0.3203 บาทต่อลิตร ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ใช้รถและภาคการขนส่งในช่วงที่เศรษฐกิจยังชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกหน้าปั๊มจริงยังคงมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งอัตราภาษี เงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าการตลาดของผู้ค้า การที่ราคาขายปลีกปรับลดลงในระดับที่มากกว่าตัวเลขการลดต้นทุนหน้าโรงกลั่น จึงเกิดจากการบริหารจัดการเงินกองทุนน้ำมันฯ ควบคู่ไปด้วย ดังนั้น ทิศทางราคาน้ำมันในอนาคตยังคงต้องผันแปรตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเป็นหลัก

ผลกระทบต่อกลุ่มโรงกลั่น ผู้ค้าน้ำมัน และภาคธุรกิจ SMEs

สำหรับฝั่งผู้ประกอบการโรงกลั่น การตัดส่วนบวกเพิ่มในสูตรราคาจะกดดันส่วนต่างรายได้จากการขายในประเทศให้ลดลงเมื่อเทียบกับอดีต แต่ผลกระทบต่อกำไรสุทธิจะขึ้นอยู่กับสัญญารายสัญญาและสัดส่วนการส่งออกของแต่ละแห่ง ขณะที่ฝั่งผู้ค้าน้ำมันและสถานีบริการ ตัวเลขค่าการตลาดจะยังคงถูกกำกับดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงหากราคาซื้อและราคาขายปรับลดลงในสัดส่วนที่สอดคล้องกัน

ในส่วนของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่กำลังประสบปัญหาการตึงตัวด้านสินเชื่อ การลดลงของราคาน้ำมันขายปลีกถือเป็นปัจจัยบวกระยะสั้นที่ช่วยบรรเทาภาระต้นทุนขนส่งลงได้บางส่วน แม้อาจยังไม่มากพอที่จะกดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้ปรับลดลงในทันที แต่ก็ช่วยเพิ่มยืดหยุ่นในการบริหารเงินหมุนเวียนในกิจการได้ดีขึ้น

สรุป การปรับสูตรราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่น เป็นการแก้ไขโครงสร้างต้นทุนพลังงานอย่างถาวรที่ช่วยลดภาระได้กว่าหมื่นล้านบาทต่อปี แม้จะช่วยให้ราคาหน้าปั๊มปรับตัวลดลงในเบื้องต้น แต่ประชาชนและผู้ประกอบการยังคงต้องติดตามราคาน้ำมันดิบตลาดโลกและการส่งผ่านราคาทั้งระบบอย่างใกล้ชิด